wadee

1 June 2007 - TTOTTวันที่จะบอกว่ารักเธอTTOTT

                                                                               

วันที่จะบอกว่ารักเธ

 

ผมกำลังยืนอยู่บนสะพานแขวนข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา
ท้องฟ้าในคืนนี้มืดสนิท

มีเพียงแสงเรืองเรืองของหลอดไฟทอดยาวตามแนวสะพานไป

การที่ได้เห็นกรุงเทพในมุมนี้

มันทำให้ได้พบหลายต่อหลายอย่างที่หลายคนอาจไม่เคยเห็น

ผมมองออกไปในย่านชุมชน

แสงไฟหลากสีในอาคารบ้านเรือนกระจายไปจนสุดลูกหูลูกตา

เรียบแม่น้ำเจ้าพระยาไปเป็นถนนทอดยาว

มีเพียงแสงไฟจากหน้ารถที่สาดไปยังริมถนน

ส่วนบนสะพานที่ผมกำลังยืนอยู่นี้ก็เป็นถนนกว้างพอสมควร

มีรถวิ่งอย่างเบาบางเพราะคนมักจะใช้เส้นทางอื่นกัน

บนนี้มันจึงเงียบสงบ

ผมไม่แปลกใจเลยที่เธอมักจะชวนผมมาที่นี่เป็นประจำ

ผมไม่ได้ขึ้นมาบนนี้หลายปีแล้วเพราะที่แห่งนี้มันทำให้ผมหวนนึกถึงเธอ

เธอมักจะให้ผมมายืนดูดาวเป็นเพื่อนเธอ

กินไอศกรีมรสสตอเบอรี่ที่เธอชอบเป็นเพื่อนเธอ

ที่แห่งนี้มันเคยทำให้ผมมีความสุข

ผมคงได้ขึ้นมาบนนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว

หลังจากวันนี้ไปผมจะจากไปและไม่หวนกลับมาอีก

จะมีเพียงความทรงจำของเธอเท่านั้น

ที่จะอยู่ในใจผมตลอดไป
??

ผมได้รู้จักเธอครั้งแรกก็เมื่อตอนที่ผมอยู่ชั้น ม.1
ผมก้าวเข้ามาในโรงเรียนแห่งนี้ พวกเราต่างก็เป็นนักเรียนใหม่

หลายหลายอย่างในห้องใหม่ของผมนี้ดูมันจะน่าเบื่อซะจริงจริง

หลังจากที่เคารพธงชาติแล้วทุกคนก็เข้าชั้นเรียน

และก็เป็นธรรมดาของนักเรียนใหม่ทั้งหลายก็ต้องมีการแนะนำตัวกัน

อาจารย์ประจำชั้นของผมเป็นผู้หญิงอายุประมาณ
40
ดูท่าทางอาจารย์เป็นคนใจดีมาก

อาจารย์ก็เริ่มแนะนำตัวเอง ขณะที่อาจารย์กำลังพูดอยู่

ก็มีเสียงหนึ่งแทรกเข้ามา ?อาจารย์ค่ะ ขออนุญาตเข้าห้อง
?
ผมรีบหันไปยังที่มาของเสียงนั้นทันที แล้วหญิงสาวก็ก้าวเข้ามา

โอ้!แม่เจ้าโว้ย เธอช่างน่ารักอะไรอย่างนี้

ถึงดูเธอจะชอบตื่นสายไปสักหน่อย

แต่ถ้าเอามาบวกลบกับความสวยแล้ว ตื่นสายแค่นี้ผมยกให้

ความคิดผมในตอนนั้น

ทำยังไงจะได้รู้จักเธอบ้างนะเธอเดินเข้ามาแล้วก็หาเก้าอี้นั่ง

ตอนนั้นที่ข้างผมมีกระเป๋าใครก็ไม่รู้วางอยู่

คนทั้งห้องตอนนั้นก็คุยกันโดยไม่สนใจอะไรเลย

ผมเลยจับกระเป๋านายที่นั่งข้างผมโยนไปโต๊ะตัวข้างหลัง

ทั้งห้องเลยเหลือที่ว่างอยู่ที่เดียว คือที่นั่งข้างผม

เธอเดินมาใกล้ๆ

ผมแล้วก็พูดอย่างอ่อนหวาน

?
นั่งด้วยได้มั๊ย? ก็จะไม่ได้ ได้ยังไง

ก็ที่ตรงนี้ผมพึ่งจัดไว้ให้เธอโดยเฉพาะ

ผมหันหน้าไปหาเธอแล้วก็พยักหน้า

แล้วเธอก็นั่งลงฟังที่อาจารย์พูดหน้าห้อง

ขณะที่เธอกำลังจับจ้องอยู่ที่อาจารย์

แต่ผมไม่สนใจอาจารย์เลยเอาแต่ชำเรืองไปที่หน้าของเธอ

ใบหน้าของเธอช่างขาวหมดจดอะไรอย่างนี้ แก้มเป็นสีชมพูอ่อนๆ

ดวงตาของเธอกลมโตใสเป็นประกาย

ผมไม่เคยเห็นดวงตาคู่ไหนสวยแบบนี้มาก่อน

ขนตาของเธองอน ยังกะตุ๊กตา ปากเรียวเล็ก

ทั่วทั้งใบหน้าของเธอมันช่างสวยจับใจอะไรเช่นนี้

ผมใจลอยมองหน้าเธอตาไม่กระพริบเลย

ผมพยายามมองไปที่ปกเสื้อของเธอเพื่อจะดูว่าเธอชื่ออะไร

เกือบจะเห็นอยู่แล้วเชียว ทันใดนั้นเธอก็หันมาหาผม เธอยิ้ม

?
มีอะไรหรอค่ะ
?
ผมสะดุ้งขึ้นมาทันที ?อ้อ ปะ ปะ ป่าวครับ
?
ผมตื่นเต้นไม่รู้จะทำอะไรเลยหยิบหนังสือในกระเป๋าขึ้นมา

ดันไปหยิบผิดหยิบเอาหนังสือโป๊ขึ้นมา

เธอเหลือบมาเห็นเข้าเลยยิ้มแกมหัวเราะ

ทีแรกผมคิดว่าเธอยิ้มให้ผม แต่พอเห็นหนังสือในมือตัวเอง

ผมตกใจเลยรีบปัดความรับผิดชอบทันที ?ไม่..ไม่ใช่ของผมครับ!

นายที่นั่งข้างหลังมันฝากไว้
?
เธอหัวเราะอย่างน่ารัก?ก็ไม่แปลกหนิพี่ชายเค้าก็อ่าน
?
ผมรีบเก็บทันทีแล้วเอาหนังสืออื่นขึ้นมา ผมอายเธอแทบแย่

ผมหยิบหนังสืออื่นขึ้นมาทันที

ผมนั่งอ่านหนังสือทั้งที่จิตใจมันอยู่ที่คนข้างข้าง

ผมนั่งเงียบได้พักหนึ่งเธอก็มาสะกิดผม ผมรีบหันไปหาเธอทันที

?
อาจารย์ให้แนะนำตัวกับคนนั่งข้างข้างเค้าชื่อ รุ่งฟ้า เรียกว่า

ฟ้า

เฉยเฉยก็ได้ แล้วตัวเองชื่ออะไร? ผมนั่งพิจารณาอยู่พักหนึ่ง

อืม?..คนอะไรนอกจากจะน่ารักแล้ว ชื่อก็ยังเพราะอีก ?รุ่งฟ้า
?
ผมทำไมชอบชื่อนี้จังนะ!

ผมนั่งจนลืมไปเลยว่าเธอกำลังถามถึงชื่อผมอยู่

เธอสะกิดผมอีก

?
ชื่ออะไร บอกบ้างสิ? ผมสะดุ้งอีกที ?อ้อ! เราชื่อ แบ๊งค์
?
?
บ้านฟ้าอยู่แถวบางเขนนู้นบ้านแบ๊งค์อยู่แถวไหนหละ
?
ผมตอบเธอทันทีเลยว่าอยู่แถวบางเขนเหมือนกัน

ทั้งที่ความจริงบ้านผมอยู่คนละเขตกับเธอเลย

?
งั้นขากลับแบ๊งค์กลับเป็นเพื่อนฟ้านะ
?
เธอก็ยิ้มแล้วพยักหน้าผมชอบรอยยิ้มของเธอจริงจริง

หลังจากที่ผมรู้จักเธอ

ชั่วโมงนั้นทั้งชั่วโมงผมก็คุยกับเธอไม่หยุดเลย

เธอเป็นคนพูดเพราะ

และคุยสนุกมาก ผมสามารถฟังเธอได้ทั้งวันโดยไม่เบื่อเลย

หลังจากคาบนั้นผมก็ตามติดฟ้าทั้งวันเลย

ชนิดที่ว่าที่นั่งข้างเธอไม่มีใครแตะต้องได้เลย

เพื่อนทั้งห้องผมยังไม่รู้จักใครเลย ผมรู้จักแต่ฟ้าคนเดียว

หลังจากเลิกเรียนเราก็กลับบ้านพร้อมกันพอรถถึงบ้านเธอ เธอก็ลงรถ

เธอชวนผมลงไปเล่นบ้านเธอ แต่ผมก็ส่ายหน้ากลัวว่าพ่อเธอจะว่า

ผมนั่งรถเลยบ้านฟ้าไปอีก 1 ป้ายรถเมล์

จากนั้นผมก็ลงมาขึ้นฝั่งตรงข้ามเพื่อตีรถกลับไปลงโรงเรียน

แล้วผมถึงขึ้นรถที่จะกลับบ้านผมจริงจริง

และดูเหมือนการนั่งรถมาส่งฟ้าแบบนี้ผมทำทุกวันจนเป็นนิสัยเลยก็ว่าได้

ฟ้าเธอชอบที่จะมาสายทุกวันเลย อาจารย์เริ่มที่จะสอนหนังสือแล้ว

ทุกอย่างที่อาจารย์สอนดูเหมือนมันจะซึมเข้าสมองผมอย่างรวดเร็ว

แต่ฟ้านี่สินั่งฟังอยู่ด้วยกันแท้แท้ แต่เธอกลับไม่รู้เรื่องเลย

พอพักเที่ยงผมก็ซื้อข้าว 2 จานออกมานั่งทานอยู่ม้าหินอ่อนกับฟ้า

ผมไม่เคยเข้าไปทานข้าวในโรงอาหารเลย

หลังจากที่ผมยื่นจานข้าวให้เธอเธอก็นั่งทานอย่างเอร็ดอร่อย

ผมยังไม่ทานข้าวเพราะมีสิ่งที่ผมกังวลมากกว่า

ผมหยิบหนังสือวิชาคณิตศาสตร์ในกระเป๋าฟ้าออกมา ?ฟ้า!

ไม่เข้าใจตรงไหนเดี๋ยวแบ๊งค์ อธิบายให้ฟัง
?
ผมเปิดไปเรื่อยๆขณะที่กำลังรอคำตอบจากเธอ

เธอใช้นิ้วเรียวเรียวของเธอชี้มาบนหนังสืออย่างรังเร

?
ก็..ก็?.ทั้งหมดเลยแหละ
?
ผมจึงเริ่มอธิบายทั้งหมดให้ฟ้าฟังชนิดก๊อป+++ทุกคำที่อาจารย์พูด

ผมอธิบายไปเกือบชั่วโมง จนหมดเปลือกเลยทีเดียว

?
เป็นไงฟ้าเข้าใจแล้วใช่มั๊ย
?
เธอเริ่มมีอาการลังเลอีกแล้วครับท่าน ?ฟ้า?.ฟ้า
?.
เข้าใจ..ก็ได้
?
ผมรู้ทันทีเลยว่าเธอไม่เข้าใจ

?
โธ่! ฟ้าก็?งั้นฟังใหม่นะ
?
ผมจึงเริ่มอธิบายใหม่ทั้งหมดไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบกว่าฟ้าจะเข้าใจได้

สงสัยว่าความสวยของเธอมันจะดูดกลืนเอาความเฉลียวฉลาดที่เธอมีไปซะหมดเลย

แต่ยังไงเธอก็น่ารักดี ยิ่งเวลาที่เธอทำหน้างงในสิ่งที่ผมสอน

ผมยิ่งรู้สึกว่าเธอน่ารักเข้าไปใหญ่

ผู้หญิงในอุดมคติของผมไม่จำเป็นต้องเรียนเก่งก็ได้

จากวันนั้นผมก็คอยเป็นติวเตอร์ส่วนตัวให้ฟ้าเสมอมา

หรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรผมก็จะอยู่ข้างฟ้าเสมอ

แล้วความรู้ทั้งหลายก็กำลังจะต้องถูกใช้ออกมา

วันนี้อาจารย์สอบเก็บคะแนนพวกเราก่อนที่จะสอบผมก็ติวให้ฟ้าอย่างเต็มที่

ย้ำแล้วย้ำอีกจนเธอบอกว่าเธอเข้าใจอย่างดีเยี่ยมเลย

พอเข้าห้องสอบผมก็เริ่มทำ

มันง่ายมากเลยสำหรับผม อาจารย์ให้เวลา 1 ช.ม. แต่ผมเสร็จตั้งแต่

20
นาทีแรก

ผมห่วงก็แต่ฟ้าที่นั่งอยู่คนละฟากกับผมเลย

สีหน้าของเธอตอนนี้ชักจะออกอาการแล้ว

พอหมดชั่วโมงอาจารย์ก็สั่งให้ผมยกข้อสอบทั้งหมดไปวางไว้โต๊ะห้องอาจารย์

ขณะเดินผมก็รีบเปิดหาของฟ้าทันที โอ้! แม่เจ้า ผิดหมดเลยครับ

ผมยืนคิดอยู่พักว่าจะทำยังไงดี

เพราะข้อสอบคราวนี้มีคะแนนเยอะมาก

หากสอบไม่ผ่าน มีหวังเกรด 0 อยู่แค่เอื้อม

ผมเลยตัดสินใจหยิบกระดาษคำตอบใบใหม่ขึ้นมาแล้วผมก็ทำใหม่ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว

ระหว่างที่ทำก็ต้องคอยระวังอาจารย์เหมือนกัน พอผมทำเสร็จ

ก็เขียนชื่อฟ้าลงไป

จากนั้นก็เก็บเข้ากองเดิมแบบที่อาจารย์ไม่สงสัยแม้แต่น้อย

ส่วนกระดาษคำตอบใบเดิมของฟ้าผมก็พับเป็นจรวดเล่นเห็นจะเป็นประโยชน์มากกว่า

หลังจากวันนั้นอาจารย์ก็ประกาศคะแนน ส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ผ่านกัน

แต่ทุกคนก็ต้องอึ้ง! เมื่อทั้งห้องมีเพียง
2
คนเท่านั้นที่ได้คะแนนเต็ม

คือผมกับฟ้า

ผมหนะเขาไม่ค่อยสงสัยกันหลอกเพราะ

ใครก็รู้ว่าผมเรียนเก่งแค่ไหน
แต่ที่

• Post A Comment!

<- Last Page • Next Page ->

About Me

Friends

http://www.dressupmyspace.com/layouts1/photography/photography2.html  DressUpMyspace.com - myspace layouts. Get This Layout At Dressupmyspace.com
* * * * * Boalovely
Cursor From: Glitz Heaven




Power By : BlogKa.com - Free Blog Hosting